สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์: ความสำคัญ, คุณสมบัติ และประโยชน์ในการควบคุมความชื้น

Free Delivery! Call Now!


Table of Contents

แคลเซียมคลอไรด์ เป็นสารอะไร

รูปแบบของสารแคลเซียมคลอไรด์:

แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) เป็นสารเคมีประเภทเกลือที่มีธาตุแคลเซียมและคลอไรน์ เป็นสารที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง สามารถใช้ในอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน สามารถพบได้ในรูปแบบของเม็ด ผง หรือลูกบาศก์ โดยขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน

การผลิตและแหล่งที่มาของแคลเซียมคลอไรด์:

แคลเซียมคลอไรด์สามารถผลิตขึ้นจากกระบวนการเคมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการผลิตจากแร่แคลเซียมคาร์โบเนต (แป้งหิน) ซึ่งจะผ่านกระบวนการเติมคลอไรน์ก๊าซ และกระบวนการนี้จะทำให้เกิดสารแคลเซียมคลอไรด์ขึ้น

แหล่งที่มาของแคลเซียมคลอไรด์นอกจากจะได้จากกระบวนการผลิต เช่น การเติมคลอไรน์ก๊าซ และการแยกไอออนแคลเซียมคลอไรด์จากน้ำทะเล แล้วยังสามารถเก็บเกี่ยวได้จากแหล่งธรรมชาติ โดยสารแคลเซียมคลอไรด์สามารถพบในเกลือของเขาเตือน ตัวอย่างเช่น เกลือของเขาเตือนในเครือข่ายลมพื้นโลกและของเขาเตือนในทะเลของโลก

โดยรวมแล้ว, แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารเคมีที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง ทำให้มีการนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน การทราบถึงรูปแบบของสารแคลเซียมคลอไรด์และแหล่งที่มาของมันจะช่วยให้เข้าใจการใช้งานและประโยชน์ของสารนี้มากขึ้น การเลือกใช้แคลเซียมคลอไรด์ในการควบคุมความชื้นนั้นมีประโยชน์มากและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในหลายๆ กิจกรรม ทั้งในอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวัน

คุณสมบัติของแคลเซียมคลอไรด์

อัตราการดูดซับความชื้นสูง

แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้นที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูงมาก เมื่อเทียบกับสารดูดความชื้นประเภทอื่น ๆ มากกว่า 2 เท่า นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการดูดซับความชื้นได้ถึง 3-5 เท่าของน้ำหนักตัวเอง ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความสดของสินค้าและการป้องกันความชื้น

สมบัติทางเคมีของแคลเซียมคลอไรด์

แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารเคมีที่มีสูตรคือ CaCl2 มีลักษณะเป็นผงขาวเข้าใส มีความสามารถในการดูดซับความชื้นจากอากาศโดยการดึงความชื้นจากอากาศเข้าสู่ผิวของสารดูดความชื้น สมบัติทางเคมีของแคลเซียมคลอไรด์ ทำให้สามารถดูดซับความชื้นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศและความชื้นต่าง ๆ

การใช้แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้นมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความชื้นในอาหาร สินค้า หรือพืช นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทำให้เห

แคลเซียมคลอไรด์ ใช้ทําอะไร

การประยุกต์ใช้สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ:

  1. ใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการควบคุมความชื้น เช่น คอนเทนเนอร์สินค้า
  2. อุตสาหกรรมอาหาร: ควบคุมความชื้นของผลิตภัณฑ์อาหาร สารอาหาร และวัตถุดิบ เพื่อรักษาความสดและคุณภาพ
  3. อุตสาหกรรมยา: ป้องกันความชื้นในยาและเคมีภัณฑ์ที่ต้องการควบคุมความชื้น
  4. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์: ป้องกันความชื้นและการเกิดความชื้นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  5. อุตสาหกรรมเคมี: ใช้ในกระบวนการเคมีต่าง ๆ เช่น การกำจัดฝ้ายและการย้อมสี
  6. ใช้ในอุตสาหกรรมเบียร์และไวน์ เพื่อควบคุมกระบวนการหมัก
  7. ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อกันหนาวในระบบยางและหม้อน้ำ
  8. สารปรับสภาพน้ำในสระว่ายน้ำและระบบปรับอากาศ

การประยุกต์ใช้สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ในชีวิตประจำวัน:

  1. ใช้ในการควบคุมความชื้นในตู้เสื้อผ้า ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา
  2. ใช้ในการป้องกันกลิ่นในรองเท้า
  3. ใช้ในการป้องกันความชื้นในพื้นที่เก็บอาหารสัตว์
  4. ช่วยป้องกันการกัดกร่อนของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  5. ใช้ในการป้องกันความชื้นสำหรับเครื่องดนตรีในกล่องเก็บ

ความปลอดภัยของแคลเซียมคลอไรด์

แคลเซียมคลอไรด์ อันตราย

  1. กรณีสัมผัสกับตา: แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารที่สามารถทำให้ตาเกิดความร้อน และระคายเคือง หากสัมผัสตา ควรล้างด้วยน้ำสะอาดให้สาวน้อยที่สุด
  2. กรณีสัมผัสกับผิวหนัง: แคลเซียมคลอไรด์สามารถทำให้เกิดการระคายเคือง ควรล้างด้วยน้ำสะอาดทันที
  3. การสูดหายใจ: การสูดหายใจเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการสูดหายใจสารนี้
  4. การกิน: การบริโภคแคลเซียมคลอไรด์อาจทำให้เกิดอาการเสียในกรณีบริโภคปริมาณมาก

ข้อควรระวังในการใช้แคลเซียมคลอไรด์

  1. ให้ความสำคัญในการเก็บรักษาสารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ในที่สะอาด และไม่อับชื้น
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผิวหนัง ตา และเ mucous membranes
  3. ใส่ถุงมือ แว่นตา และเสื้อคลุมในขณะใช้งาน
  4. หลีกเลี่ยงการใช้งานใกล้กับเตาไฟ หรือแหล่งโฟโตน
  5. อย่าใช้สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ร่วมกับสารเคมีอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่อันตราย
  6. ใช้กับพืชและต้องให้ความระมัดระวัง เนื่องจากสารอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช

แคลเซียมคลอไรด์ในอาหาร

การใช้แคลเซียมคลอไรด์เพื่อควบคุมความชื้นในอาหาร

แคลเซียมคลอไรด์มีความสามารถในการดูดซับความชื้น ทำให้มีประโยชน์ในการควบคุมความชื้นของอาหาร เพื่อรักษาความสด และป้องกันการเสียหายจากความชื้น เช่น การเสียสีและรสชาติของอาหาร หรือการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย ที่อาจทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพ การใช้แคลเซียมคลอไรด์ในอาหารจึงเป็นวิธีการควบคุมความชื้นที่มีประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยของแคลเซียมคลอไรด์ในอาหาร

ตามมาตรฐานสากล แคลเซียมคลอไรด์ถือเป็นสารปรับปรุงอาหารที่ปลอดภัยและได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และองค์กรอาหารและเกษตรของสหประชาชาติ (FAO) อาหารที่มีส่วนผสมของแคลเซียมคลอไรด์ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และปฏิบัติตามข้อแนะนำของผู้ผลิต

นอกจากนี้ แคลเซียมคลอไรด์ยังถือเป็นแหล่งที่มาของแคลเซียมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่ค่าควรคำนึงถึงการบริโภคแคลเซียมคลอไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม และตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อป้องกันการได้รับสารอาหารเกินหรือน้อยเกินไป

การป้องกันความชื้น ขายซิลิกาเจล ป้องกันความชื้น ปกป้องจากความชื้น ป้องกันความชื้น
การป้องกันความชื้น ขายซิลิกาเจล ป้องกันความชื้น ปกป้องจากความชื้น ป้องกันความชื้น

สารดูดความชื้นคอนเทนเนอร์

การใช้แคลเซียมคลอไรด์เพื่อควบคุมความชื้นในคอนเทนเนอร์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์สามารถช่วยป้องกันการเกิดความชื้นสะสมในคอนเทนเนอร์ที่อาจเป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพสินค้า และการเจริญเติบโตของเชื้อรา และแบคทีเรีย

วิธีการติดตั้งและวัสดุที่ใช้ในการดูดซับความชื้นสำหรับคอนเทนเนอร์:

  1. ตรวจสอบความชื้นของคอนเทนเนอร์ก่อนติดตั้งสารดูดความชื้น
  2. ติดตั้งสารดูดความชื้นในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น บริเวณมุมหรือขอบคอนเทนเนอร์
  3. ใช้ขนาดและปริมาณของสารดูดความชื้นที่เหมาะสมกับพื้นที่คอนเทนเนอร์

วัสดุที่ใช้ในการดูดซับความชื้นสำหรับคอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้าด้วยคอนเทนเนอร์ การควบคุมความชื้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อป้องกันความเสียหายและการเสื่อมสภาพของสินค้า วัสดุที่ใช้ในการดูดซับความชื้นสำหรับคอนเทนเนอร์มีหลายประเภท ดังนี้

  1. แคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride): สารดูดความชื้นที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง และเหมาะสำหรับใช้ในคอนเทนเนอร์ ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นสูงกว่าสารดูดความชื้นประเภทอื่น ๆ
  2. ซิลิกาเจล (Silica Gel): สารดูดความชื้นที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นค่อนข้างดี ซิลิกาเจลสามารถดูดซับความชื้นได้ถึง 40% ของน้ำหนักของตัวเอง แต่อาจมีราคาสูงกว่าแคลเซียมคลอไรด์
  3. ดินดูดความชื้น (Bentonite Clay Desiccant หรือ Montmorillonite Clay): ดินดูดความชื้นเป็นแร่ธาตุที่มีรูพรุนตามธรรมชาติ ที่ถูกทำให้แห้งและผ่านกรรมวิธี เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซับความชื้น ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้นประมาณ 30-35% ของน้ำหนัก
  4. สารดูดความชื้นของโมลีคูลซีฟ (Molecular Sieve Desiccant): สารดูดความชื้นประเภทนี้มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง แต่ราคาสูงกว่าวัสดุดูดความชื้นประเภทอื่น ๆ เหมาะสำหรับการควบคุมความชื้นในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงมาก

ในการเลือกใช้วัสดุดูดความชื้นสำหรับคอนเทนเนอร์ ควรพิจารณาจากประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้น ราคา และความปลอดภัยในการใช้งาน สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ถือว่าเหมาะสมมากสำหรับใช้ในคอนเทนเนอร์ เนื่องจากมีอัตราการดูดซับความชื้นสูง ความคุ้มค่าในราคา และความปลอดภัยในการใช้งาน

สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์

ความสำคัญของสารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์

การควบคุมความชื้นเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพสินค้า และยืดอายุการเก็บรักษา สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride) คือสารดูดความชื้นที่มีความสามารถในการดูดซับความชื้นสูง ทำให้สามารถป้องกันความชื้นในอาหาร สินค้า หรือพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารดูดความชื้นคอนเทนเนอร์ขนส่ง 

ประโยชน์ของการใช้สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์

  1. ยืดอายุการเก็บรักษาสินค้า: สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ช่วยในการรักษาความสดของสินค้า ป้องกันการเสียหายและการเน่าเสียที่เกิดจากความชื้น
  2. ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย: การควบคุมความชื้นด้วยสารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียที่อาจทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ
  3. ควบคุมความชื้นในพื้นที่เก็บสินค้า: การใช้สารดูดความชื้นแคลเซียมคลอไรด์ ช่วยควบคุมความชื้นในคอนเทนเนอร์ ห้องคลัง และพื้นที่เก็บสินค้า ทำให้ส

ข้อดีของการใช้แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้น

  • ประสิทธิภาพในการดูดซับความชื้น: แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถดูดซับความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถควบคุมความชื้นในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความคุ้มค่าและประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้แคลเซียมคลอไรด์เป็นสารดูดความชื้นไม่เพียงแต่ช่วยลดความชื้น และป้องกันการเสียหายของสินค้า แต่ยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสามารถนำไปใช้ใหม่หลังจากที่แห้งสนิท นอกจากนี้ยังไม่มีสารพิษและสามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ทำให้เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

แคลเซียมคลอไรด์กับพืช

การประยุกต์ใช้แคลเซียมคลอไรด์ในการปลูกพืช

  • เสริมแคลเซียมให้กับพืช เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของพืช และเสริมสร้างระบบราก
  • ช่วยในการควบคุมความชื้นของดิน สำหรับพืชที่ไม่ทนทานต่อความชื้น
  • ใช้ในกระบวนการผลิตปุ๋ยคอมโพสต์ เพื่อควบคุมความชื้นในวัสดุอินทรีย์และเร่งการย่อยสลาย

ข้อดีและข้อเสียของการใช้แคลเซียมคลอไรด์กับพืช ข้อดี:

  • ช่วยในการปรับปรุงความสามารถในการควบคุมความชื้นของดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกพืช
  • เสริมสร้างระบบราก และเพิ่มความแข็งแรงของพืช
  • ช่วยในกระบวนการย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ ทำให้เกิดปุ๋ยคอมโพสต์ที่มีคุณภาพดี

ข้อเสีย:

  • การใช้ปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดพิษต่อพืช และกระทบต่อการเจริญเติบโต
  • การใช้ร่วมกับสารเคมีอื่น ๆ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์
  • หากใช้เป็นสารดูดความชื้นในพื้นที่ปลูกพืช อาจส่งผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนก๊าซเข้าออกในดิน

https://www.researchgate.net/publication/321905817_Composite_desiccant_based_on_CaCl2_A_Review

ขอบคุณที่ใช้เวลาอ่านบทความของเราเกี่ยวกับการป้องกันความชื้น ทางเราหวังว่าท่านจะได้รับข้อมูลที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ ทางเรายินดีให้บริการการปรึกษาฟรีเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการของท่านและให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันความชื้นที่กำหนดเฉพาะสำหรับคุณ โปรดติดต่อเราที่ 0858124188 เพื่อนัดหมายการปรึกษาหรือเยี่ยมชมร้านค้าของเราเพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันสินค้าของคุณจากความเสียหายจากความชื้น ทางเราหวังว่าจะได้รับข่าวสารจากท่านเร็วๆนี้